กลยุทธ์เขียน Essay สมัคร MBA ที่ Wharton l University of Pennsylvania

          อยากไปเรียน MBA ที่ Wharton ควรเริ่มเขียน Essay ยังไงดี? จะ draft essay เข้า Wharton ต้องมีหลักการคิด มี framework ยังไง มีจุดไหนที่ควรดูเป็นพิเศษ วันนี้มาเจาะลึกเทคนิคการเขียน essay สมัคร MBA ที่ Wharton กันเลย

          การเขียน essay ของ Wharton ในปี 2021 จะไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วเท่าไหร่ มี essay หลัก 2 คำถาม และ optional essay ในส่วนของ essay หลักจะแบ่งออกเป็น 2 คำถามดังนี้

Essay question 1: How do you plan to use the Wharton MBA program to help you achieve your future professional goals? You might consider your past experience, short and long-term goals, and resources available at Wharton. (500 words)  

เขียน essay ข้อนี้ ทำไมเราถึงอยากมาเรียนที่ Wharton และที่นี่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในอนาคตได้อย่างไร รวมไปถึงให้ดูว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของเราใน Short-term goals และ Long-term goals แล้ว Wharton มีอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในจุดนี้

ในส่วนนี้ ก่อนที่น้องจะเริ่มเขียน essay อยากให้ลองวางแผนก่อนว่า Short-term goals และ Long-term goals ของเราคืออะไร

  • Long-term goals ควรจะเป็นอะไรที่ ‘DREAM BIG’ และมี aspiration หรือเป็นอะไรที่ positive impact ต่อประเทศ ต่อเอเชียหรือโลกของเรา
  • Short-term goals ควรเป็นอะไรที่ “Be Clear, Specific and Realistic” อยากให้มองจากเป้าหมายในปัจจุบันว่าเราทำอะไรอยู่ แล้วในอนาคตเราอยากทำอะไร อยากให้น้องๆ ลองลิสต์ออกมาว่าเรามีสกิลอะไรแล้วบ้างจากประสบการณ์ในอดีตที่จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น หลังจากนั้นน้องๆ ก็เริ่มมองเห็น gap ว่าเรายังมีสกิลอะไรที่ต้องเติมอีกบ้าง

วิธีการ Structure essay หลักๆ ของคำถามนี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน

1. ปัญหาอะไรที่เราอยากจะแก้หรือโอกาสอะไรที่เราอยากจะคว้า (100 words)

อยากให้ลองลิสต์ว่ามีปัญหาอะไรที่เราอยากแก้หรือมีโอกาสอะไรที่เราควรจะรีบคว้า ตรงนี้เหมือนเป็น automated vision ของเราเอง ไม่ได้เป็นแค่ job title แต่มันคือ passion ในสิ่งที่น้องๆ อยากจะทำในอนาคต แล้วค่อยเอามาเขียนอธิบายใน Short-term goals และ Long-term goals ว่าพอเรามี long-term แบบนี้แล้ว short-term goals ของเราจะเป็นแบบไหน

2. ประสบการณ์ที่ผ่านมา (track record) (100 words)

ตรงนี้อยากให้ลองมองย้อนกลับไปว่าประสบการณ์ที่ผ่านมา เราได้ใช้หรือเรียนรู้สกิลอะไรไปบ้าง แล้วนำมาเขียนโดยใช้หลักการ “Show don’t tell” คือการยกตัวอย่างผลงานหรือโปรเจคที่เราได้ใช้สกิลตรงนี้ประมาณ 2-3 อย่าง ยกตัวอย่า น้องบางคนอาจจะเคยทำโปรเจคที่ใช้ Leadership skill ก็นำเขียนในส่วนนี้ได้ แต่ข้อสำคัญเลยคือไม่ควรเลือกที่เป็นสกิลทั่วๆ ไป แต่ควรเลือกสกิลที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราอยากจะทำในอนาคต

3. See your gap (120-150 words)

หลังจากที่น้องๆ ได้ลองลิสต์สกิลที่เรามี ประสบการณ์ที่ผ่านมา รวมไปถึงสิ่งที่เราอยากจะทำในอนาคตมาได้แล้ว น้องๆ ก็จะเริ่มมองเห็น gap ของตัวเองมาขึ้นว่า เรายังมีสกิลส่วนไหนที่ต้องพัฒนาหรือเรียนรู้อีกบ้าง ซึ่งในส่วนนี้อยากให้ลองไปทำการ research โรงเรียนว่ามี culture มี value หรือ specific events ความเป็นมายังไง มีส่วนไหนบ้างที่จะเติมเต็มสกิลของเราได้

4. การสรุป (40-50คำ)

การสรุปว่าเรามี passion อะไร มีประสบการณ์อะไรมาบ้างแล้ว แล้วการไปเรียนที่ Wharton ตอบโจทย์เรายังไงบ้าง

Essay question 2: Taking into consideration your background – personal, professional, and/or academic – how do you plan to make specific, meaningful contributions to the Wharton community? (400 words)

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาหรือสกิลที่เรามี เราอยากจะสร้าง contribution อะไรให้กับ Wharton บ้าง

คำถามในส่วนนี้อยากให้เน้นตรงคำว่า “Specific and meaningful”

  • Specific: เรามีสกิลอะไรบ้างที่สามารถ contribute ให้ Wharton เช่น น้องๆ อาจจะบอกว่าอยาก lead team ให้เพื่อนๆ engage กันผ่านช่องทางต่างๆ อย่าง specific event หรือ club ต่างๆ ใน Wharton ที่เราสามารถ make impact ได้
  • Meaningful: อยากให้ลองจินตนาการว่าถ้าเราเข้าไปเรียนที่ Wharton แล้วจะส่งผลยังไงบ้างหรือถ้าไม่มีเราเป็นส่วนหนึ่งในนั้นจะส่งผลอะไร หัวใจสำคัญของส่วนนี้เลยก็คือการ stand out ตัวเอง หรือทำให้เห็นว่าเรามีความแตกต่างและโดดเด่นยังไง

พี่ๆ อยากแนะนำให้น้องไปลอง research เกี่ยวกับ Wharton ผ่านทางเว็บไซต์มหาลัยหรือ student blog ต่างๆ หรือไปคุยกับ Alumni เพื่อที่เราจะได้เห็นภาพชัดขึ้น และไม่ควรเขียนอะไรที่ general เกินไปหรือสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่ควรเขียนในสิ่งที่คิดว่าเราโดดเด่นและสามารถ contribute ให้กับ Wharton ได้

ควรยกตัวอย่าง evidence ของประสบการณ์ที่ผ่านมาด้วยเพื่อให้ Wharton เห็นว่าเรามี value ในส่วนนั้นจริงๆ รวมไปถึงควรเขียนตอบให้หลากหลายซึ่งน้องๆสามารถตอบได้หมดเลยว่า  Personal Background, Professional หรือ Academic ของเราคืออะไร และสามารถเขียนอะไรที่เป็น creative ได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเครียดอย่างเดียว

Optional essay

การเขียน optional essay ก็เป็นส่วนที่น้องๆ สามารถ offset your weaknesses เช่น บางคนได้คะแนน GMAT หรือ GPA ไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งในส่วนนี้น้องๆ ก็สามารถเขียนอธิบายไปได้ว่าเพราะอะไรหรืออาจจะเขียน gap ของเราว่าทำไมถึงอยากเติมเต็มในส่วนนี้ อาจจะหา evidence มา support ในส่วนที่เราขาดหรือส่วนที่เราอยากจะพัฒนาได้ แต่ไม่ควรเขียนเป็นเชิงข้อแก้ตัวมากเกินไปค่ะ

น้องๆคนไหนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มเขียน Essay หรือ SOP ยังดี
ขอปรึกษาฟรีกับพี่ๆ ได้ที่: bit.ly/3akDRqq


รับเคล็ดลับเรียนต่อฟรี ส่งถึงมือทุกสัปดาห์ 

น้องๆที่จะสมัคร ไปเรียนต่อ MBA หรือ Master’s Degree สายอื่น อย่าพลาด
ปรึกษาฟรี!!!! คลิกเลย FREE CONSULTATION
ฟังเรื่องราวความสำเร็จของนักเรียน MTU คลิกเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

EP109: ชวนฝึกเทคนิค Frame-Storming สร้าง Creative idea

“คิดว่าตัวเองไม่ Creative” “คิดไอเดียใหม่ๆไม่ออก”… ไม่เป็นไร! เพราะ Creativity เป็นทักษะ หมายความว่า เราสามารถฝึกฝนพัฒนาได้ Frame-storming คือ การรวมวิธี Reframing + Brainstorming เพื่อให้เราเพิ่มโอกาสสร้าง Creative ideas และ Innovation  แชร์ 3 เทคนิค Reframing จาก

Read More »

EP85: 10 วิธีสร้างโปรไฟล์ไป MBA

กลยุทธ์ 10 วิธีในการสร้างโปรไฟล์ที่ประสบความสำเร็จสำหรับการสมัครเข้า MBA ครูพี่เจส ภัคศิกร ทับทิมทอง อดีต Admissions Committee ที่ Kellogg, Northwestern University และเป็นผู้บริหารบริษัท Mission To Top U TopU Talk The Podcast · KruPJess.EP85:

Read More »

EP.2 3 สิ่งที่ทำให้ไป TOP U ได้สำเร็จ

EP.2 3 สิ่งที่ทำให้ไป TOP U ได้สำเร็จ อยากไปเรียน TOP U ฉันจะทำให้ได้ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแค่เรียนรู้แล้วพัฒนา ล้มแล้วไม่ยอมแพ้ เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง ไม่มีได้มีอะไรสวยหรู ฟัง podcast นี้เป็นข้อคิดสำหรับคนที่อยากจะไปเรียนต่อ TOP U นะคะ  ครูพี่เจส ภัคศิกร ทับทิมทอง อดีต Admissions

Read More »
Scroll to Top